Posted by: planams | สิงหาคม 6, 2009

MIS Missed (Intro)

ถกกันมานานสำหรับการจัดทำระบบ MIS ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย คณะ ไล่เรื่อยลงไปจนถึงระดับภาควิชา สนามที่มีการถกกันมากที่สุดก็คงเป็นระดับคณะ เพราะอยู่ตรงกลางระหว่างความต้องการของบุคลากรในภาควิชา/หน่วยงาน กับมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้กำกับนโยบายในหลายเรื่อง

การพัฒนาระบบ MIS ที่แข็งขันในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ควรจะต้องปรบมือดังๆ ให้กับคุณกานต์ คงบรรทัด นักวิชาการคอมพิวเตอร์ไฟแรงแห่งคณะเกษตรศาสตร์ คุณูปการจากการพัฒนาระบบ MIS เพื่อตอบโจทย์การประกันคุณภาพการศึกษาในยุคแรกนั้น ทำให้หลายคณะที่นำระบบของคุณกานต์ไปใช้ สามารถนำข้อมูลที่ไหลเวียนอยู่ในคณะนำมาแปรรูปเป็นนโยบาย เป้าหมาย กิจกรรมในการบริหารจัดการองค์กรและพัฒนาคนได้เป็นอย่างดี

ระบบ MIS ซึ่งพัฒนาบนโปรแกรม ASP ได้ถูกส่งต่อและพัฒนาต่อยอดไปโดยทีมงานคอมพิวเตอร์ของแต่ละคณะ นั่นก็ว่ากันไปตามศักยภาพ บางคณะได้ไปศึกษาดูงานระบบแล้วบ้างก็ยกระบบไปทั้งกะบิ บ้างก็ได้ไอเดียเอาไปพัฒนาในระบบที่ตนคุ้นเคย บ้างก็ตั้งป้อมว่า “เฮ้ย มันทำบน ASP โปรแกรมมีลิขสิทธิ์(เพราะเป็นของ Microsoft) เราเอาไปทำบน Open Sources ดีกว่า” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบที่สามารถดึงข้อมูลพื้นฐานในองค์กรออกมาใช้ตอบโจทย์การบริหารนั้น มันทำได้และมีอยู่จริง

จากนั้นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คงเริ่ม “ฮู้คิง” ตระหนักได้ว่าจำเป็นที่องค์กรต้องมีข้อมูลในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อใช้ประกอบการดำเนินงานเช่นกัน การถกกันในเรื่อง MIS ส่วนกลางก็คงเริ่มต้นขึ้นจากจุดนั้น…เรื่อยๆ…เรื่อยๆ ไม่ลงตัวกับทุก request จากตัวแทนคณะต่างๆ ซักที จนกระทั่งมหาวิทยาลัยคงรู้ตัวอีกครั้งว่าตนมีอำนาจอยู่ในมือเต็มๆ นี่นา ดังนั้นจะสนใจไปมากมายใยว่าคณะส่วนย่อยต้องการอะไร แค่ตนต้องการอะไรก็พอ จึงเป็นปกติที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำบ่นจากคนที่เคยไปคุยกับทีมพัฒนาระบบ MIS ส่วนกลางว่า “ก็บอกให้ทำแล้ว เค้าก็ไม่ทำซักที” ที่ไปที่มาก็คงเป็นเพราะว่ามหาวิทยาลัยพัฒนาระบบเหล่านี้ขึ้นช้ากว่าคณะนั่นเอง ดังนั้นเมื่อคณะพัฒนาไปในทิศทาง-วัฒนธรรมการทำงานของตนเองแล้ว ก็ยากที่จะ fit เข้ากับคณะอื่นๆ ไอ้ที่ว่า fit นั้นก็คงมีบ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด

เอาเป็นว่าสุดท้ายมหาวิทยาลัยก็ได้ระบบ CMU-MIS ขึ้นมา ซึ่งก็ช่วยสนับสนุนงานของมหาวิทยาลัยได้เยอะเต็มตามความต้องการของส่วนกลาง แต่สนับสนุนงานของเจ้าของข้อมูลได้น้อยในระดับคณะ-ภาควิชา-สำนักงาน ที่น้อยนั่นก็เพราะอย่างน้อยที่สุดก็เรื่องความเป็นเจ้าของข้อมูล คือ ผู้ป้อนข้อมูลกลับใช้ข้อมูลเหล่านั้นในฐานะเป็นฐานข้อมูลได้น้อยเต็มที เมื่อเห็นข้อมูลเป็นแค่ text file แล้วเราจะใช้ประโยชน์มันในฐานะเป็น MIS ในระดับคณะได้สักเท่าใด

แหละนั่นก็เลยยังทำให้การถกกันเรื่อง MIS ยังคงดำเนินอยู่เรื่อยมา และมันก็ควรต้องเป็นเช่นนั้นในหลักการ เพราะว่าความต้องการใช้งานข้อมูลคงแปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เอาง่ายๆ แค่ KQI ใช้มาไม่นานก็ยังมีการเปลี่ยนวิธีการคำนวณข้อมูลกันเลย

ในส่วนของคณะเทคนิคการแพทย์ คงถกกันไปมากแล้วล่ะ ในขณะที่ผู้บริหารบอกว่า “ให้ไปใช้ CMU-MIS” แต่คนทำงานบอกว่า “AMS-MIS ตอบโจทย์ทำงานได้ดีกว่า” ในขณะที่ comment จากคนทำงานระดับคณะไปสู่ CMU-MIS โดยผู้บริหารก็ไม่เคยเกิดขึ้น สุดท้ายเมื่อถึงยังไงผู้บริหารและ ม.ช. ต้องการข้อมูล(ที่ CMU-MIS บันทึกไว้แล้วแต่ไม่สามารถใช้ได้ และ CMU-MIS เองก็ไม่เคยเห็นจะใช้ข้อมูลส่วนกลางนั้นทำงานซักที) คนทำงาน(ที่เอาถ่าน)จึงต้องทำระบบข้อมูลแอบแฝงของตัวเอง(บางแห่งเรียกว่าทำงานซ้ำซ้อน) หรือบ้าง(ที่ไม่เอาถ่าน)ก็ถดถอยกลับคืนสู่รากเหง้าของการค้นเอกสารแบบกระดาษเช่นเดิม ….MIS จึง Missed ขึ้นไปเรื่อยๆ

แต่ก็เอาล่ะ ล่าสุดเริ่มมีสัญญาณบางๆ ส่งมาจากผู้บริหารบางคน อนุญาตให้กลับมาใช้ AMS-MIS ได้แล้ว ต่อจากนี้ไปจึงเป็นเรื่องของปรับปรุง แก้ไข บาง source code ที่ยังมีปัญหาให้มันพอจะผลักข้อมูลออกมาให้เป็น MIS ได้บ้าง ส่วนการบันทึกครั้งนี้ก็เพื่อบอกเล่า แจกแจงข้อมูลในการปรับแก้ข้อมูลในระบบ AMS-MIS ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้….ช่วงที่ขอ source code MIS ที่สมบูรณ์จากคณะที่ยังใช้งานอยู่มาไม่ได้…เท่านั้นเอง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: